วันพุธที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

Dark web คือ อะไร?

Dark web คือ อะไร?
โดย พลตรี ฤทธี  อินทราวุธ
ผู้อำนวยการศูนย์ไซเบอร์กองทัพบก

Dark web เป็นส่วนหนึ่งของเว็บทั่วๆไปที่ต้องใช้ซอฟต์แวร์พิเศษในการเข้าถึง เว็บไซต์และบริการอื่น ๆ ที่สามารถเข้าถึงได้โดยผ่านโปรแกรม Browser เป็นเว็บปกติทั่วไป แต่บางเว็บไซต์ที่มีประสิทธิภาพในการซ่อนที่อยู่ของ Server จะไม่ได้รับการจัดทำดัชนีโดยเครื่องมือค้นหา และไม่สามารถเข้าถึงได้โดยปกติได้ เรียกว่า Dark web ตลาดพิเศษที่
อยู่ใน Dark web เรียกว่า Darknet markets ส่วนใหญ่ใช้สำหรับซื้อขายสิ่งผิดกฎหมาย เช่น ยาเสพติด , อาวุธ , ข้อมูลลับ , การบริการที่ผิดกฎหมาย ต่างๆ โดยมักจะชำระเงินด้วย Bitcoin ทำให้บรรดา Hacker จึงนิยมใช้ Darknet markets สำหรับการซื้อขายข้อมูลที่สำคัญด้านไซเบอร์ รวมถึงการติดต่อเรียกค่าไถ่จากการโจมตีทางไซเบอร์ขององค์กรต่างๆ ที่ตกเป็นเหยื่อการโจมตี บางส่วนของ Dark web เหล่านี้ก็มีการหลอกลวง ดังนั้นจึงไม่เป็นที่ชัดเจนว่ามันง่ายที่จะซื้อขายสิ่งที่ผิดกฎหมายต่างๆ เพราะไม่สามารถทราบว่าใครเป็นใคร อยู่ที่ไหน และสินค้าที่อยู่ใน Darknet markets เป็นของแท้ หรือหลอกลวง ซึ่งไม่ต่างอะไรกับเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ทั่วไปที่มีทั้งขายจริง ขายหลอกลวง
นอกจากนี้ Dark web จึงเป็นที่นิยมของกลุ่มผู้ก่อการร้ายและอาชญากรซึ่งมักใช้การติดต่อของพวกเขาเพื่อเป็นให้ความลับด้านตัวตน สถานที่ และการกำหนดแผนปฏิบัติการต่างๆ ใน Dark web เพื่อซ่อนตัวจากเจ้าหน้าที่ของรัฐบาล และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในการปราบปรามการกระทำความผิด
การเข้าถึง Dark web สามารถใช้ Tor ,  Freenet , I2P , Grams และ Search Engines อื่นๆ  แต่ที่นิยมมากที่สุดคือ Tor  เพราะเป็นหนึ่งในซอฟแวร์ที่ง่ายที่สุด Firefox บาง Version มีการกำหนดค่าการใช้งาน Tor ให้เป็นความลับและไม่เปิดเผยชื่อโดยการส่งข้อความผ่านเครือข่าย Tor relays ที่มีการกำหนดค่าคอมพิวเตอร์เป็นพิเศษ ข้อความจะกระโดดจาก Node หนึ่งไปยังอีก Node ก็จะถูกเข้ารหัสที่เครื่องแต่ละ relay เท่านั้นที่รู้เกี่ยวกับเครื่องที่จะส่งข้อความไป ถ้าต้องการเข้า Dark Web โดยใช้ Browser ธรรมดาสามารถก็ได้เช่นกัน เพียงแค่ใส่ URL แล้วเติม.onion.to ต่อท้ายไป แต่มันจะไม่ปกปิดตัวตนและจะช้ามาก ถ้าต้องการค้นหา Dark web ต่างๆ ดู เข้าไปที่ Tor search engines ตามลิงค์ https://xmh57jrzrnw6insl.onion.to/
------------------------------------------
แหล่งข้อมูลอ้างอิง : http://www.iflscience.com/technology/what-dark-web/

ภาพข้อมูล : https://1.bp.blogspot.com/-RYuBQU-RuH0/Vs7SJlBAJnI/AAAAAAAAAKc/BU_PDiCNCkQ/s1600/The%2BDeep%2BWeb.jpg

วันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

โลกส่วนตัว กับ โลกโซเชียล ( Privacy vs Social )

โลกส่วนตัว กับ โลกโซเชียล
 ( Privacy vs Social )
โดย พลตรี ฤทธี  อินทราวุธ
ผู้อำนวยการศูนย์ไซเบอร์กองทัพบก

วิถีชีวิตของคนในสังคมไทยยุคปัจจุบัน ที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานอินเตอร์เน็ตบนโลกไซเบอร์อยู่ตลอดเวลาตั้งแต่ตื่นเช้าจนเข้านอน มีความแตกต่างจากสังคมไทยในยุคก่อนๆอย่างเห็นได้ชัด เช่นเดียวกับการใช้ชีวิตความเป็นส่วน
ตัวกับการใช้ชีวิตในสังคมยุคก่อนๆจะมีเส้นแบ่งกันอย่างชัดเจน ว่าสิ่งใดเป็นเรื่องส่วนตัว สิ่งใดเป็นเรื่องสังคม ดังมีสำนวนไทยโบราณกล่าวว่า “ ความในอย่านำออก ความนอกอย่านำเข้า ” ถ้าเป็นสุภาษิตไทย จะใช้คำว่า “ ไฟในอย่านำออก ไฟนอกอย่านำเข้า ”  กล่าวคือ เรื่องอะไรที่ไม่ดีภายในบ้าน คนในบ้านไม่ควรนำไปพูดกับคนภายนอก และเรื่องอะไรที่ไม่ดีนอกบ้าน ก็ไม่ควรนำมาเป็นประเด็นในบ้าน ให้เกิดความขุ่นข้องหมองมัว ไม่สบายใจ หรือเกิดความแตกแยก รวมถึงความเป็นส่วนตัวของคนในยุคสมัยก่อน มักจะได้รับการยอมรับ การเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน ใครจะไปทำอะไร ที่ไหน มีความลับ มีความเป็นส่วนตัวอะไร คนในสังคมภายนอกแม้แต่คนในครอบครัวมักจะไม่ไปก้าวก่ายก้าวล่วงเรื่องของคนอื่น หรือพยายามไปสอดรู้สอดเห็นเรื่องของชาวบ้านที่เขาไม่ต้องการเปิดเผย เพราะเป็นมารยาทอันดีงามของสังคมไทยมาแต่โบราณ ดังนั้นความเป็นโลกส่วนตัวในยุคก่อนๆ จึงมีความเป็นโลกส่วนตัวจริงๆ
ปัจจุบันคนในสังคมไทยกลับตรงกันข้าม มักชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องของชาวบ้าน รู้อย่าเดียวไม่พอ ยังเอาไปโพนทะนาหรือเผยแพร่ให้คนอื่นรู้อีก จึงทำให้โลกส่วนตัวของคนในยุคปัจจุบันถูกละเมิดโดยบุคคลอื่น รวมถึงตนเองมักจะพูดเสมอว่าเป็นโลกส่วนตัวหรือเรื่องส่วนตัว ( Privacy ) แต่ตนเองกลับนำไปบอกกล่าว แสดงโอ้อวด และเผยแพร่ให้บุคคลภายนอกและสังคมได้รับทราบ รับรู้ และชื่นชมตนเอง พอมีใครที่มีความคิดเห็นที่แตกต่างหรือตรงกันข้ามจากตนก็มักจะเกิดอาการเหวี่ยง
ในยุคสังคมออนไลน์ปัจจุบัน ที่มีอุปกรณ์เทคโนโลยีและแอพพริเคชั่นต่างๆ ด้านโซเชียลมีเดีย ซึ่งช่วยให้วิถีชีวิตของคนในสังคมไทยเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง แทบไม่รู้ว่าโลกส่วนตัวหรือความเป็นส่วนตัวของตนเองอยู่ที่จุดไหน ทั้งๆ ที่ตัวตนจริงๆ อยู่คนละฟากฟ้า บางคนไม่เคยคบหา บางรายไม่เคยรู้จักมักคุ้น ไม่เคยเห็นหน้าค่าตาตัวตนจริงๆ รูปที่ปรากฏหรือส่งมาให้ดูอาจจะเป็นใครก็ไม่รู้ ข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่ถูกเผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์อย่างรวดเร็ว กว้างขวาง มีทั้งข้อมูลจริง ข้อมูลจริงบางส่วน ข้อมูลเท็จ ข้อมูลบิดเบือน ดัดแปลง เสริมเติมแต่งตัดต่อ พอเป็นกระแสทางสังคมขึ้นมาก็เป็นเรื่อง ทั้งที่เป็นเรื่องดีงาม และเรื่องไม่ดีผสมโรงกันไปด้วยความสะใจ ส่วนใหญ่เรื่องดีๆ มีน้อยราย และคนในสังคมมักจะให้ความสนใจเป็นห้วงสั้นๆ แต่พอเป็นเรื่องไม่ดี คนสนใจมาก เป็นกระแสยาวนาน และบางเรื่องพอพลิกกลับ กลับมองหาคนรับผิดชอบแก้ข่าวแทบมองไม่เห็น คนที่เสียหายก็รับเคราะห์ไป
ดังนั้น ผู้คนในสังคมปัจจุบันทั้งที่รู้เรื่องและไม่รู้เรื่องคอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต รวมถึงผู้ที่ใช้โซเชียลมีเดียจึงพึงสังวรอยู่ตลอดเวลาว่า โลกส่วนตัวของคุณ มันได้ถูกโลกโซเชียลยึดครอบงำไปเรียบร้อยแล้ว เพียงแต่จะเป็นกระแส เป็นประเด็นที่ไหน เมื่อไหร่ ทางดี หรือทางร้ายเท่านั้น สิ่งที่สำคัญเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่คนในสังคม คนที่ใช้สื่อโซเชียล รวมถึงสื่อต่างๆ จะต้องมีมารยาททางสังคม เคารพสิทธิส่วนบุคคล มีความสำนึก มีความรับผิดชอบ มีจริยธรรม และมีจรรยาบรรณ ในการสืบสาวราวเรื่องข้อเท็จจริง การนำเสนอข้อมูลทั้งสองด้าน และการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารอย่างครบถ้วน เพื่อให้โลกโซเชียลเกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ส่วนคนในสังคมที่ติดตามข้อมูลข่าวสารในโลกโซเชียล ก็จะต้องมีสติ ไม่ไปก้าวล่วงหรือละเมิดบุคคลอื่น หรือทำการอะไรด้วยความสะใจ เพราะบางครั้งมันจะย้อนกลับมาเข้าหาตนเอง ทั้งๆ ที่ตนเองไม่ได้เกี่ยวข้องกับประเด็นดังกล่าวเลย รวมถึงผู้ที่ใช้งานสื่อโซเชียล พึงระมัดระวังการนำข้อมูลส่วนตัว วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของตน รวมถึงกิจกรรมต่างๆ หากต้องการบันทึกเก็บรักษาข้อมูลและเรื่องราวต่างๆ ไว้เป็นความทรงจำส่วนตัว ก็ควรกำหนดสิทธิ์ในการเห็นเป็น “เฉพาะฉัน” หรือ “ไม่เผยแพร่สาธารณะ” ก็จะทำให้มีความเป็นโลกส่วนตัวอยู่พอสมควร แต่ถ้าตราบใดไปโพสต์ไปแชร์ “สาธารณะ”เมื่อไหร่ ก็จะถือว่าเป็นเรื่องทางสังคมทันที ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดี เรื่องไม่ดี เรื่องที่คนอื่นมองว่าไม่ดี เรื่องที่คนอื่นแอบอิจฉาตาร้อน หมั่นไส้ ติฉิน นินทา ฯลฯ ก็ขอให้ทำใจที่จะต้องรับสถานการณ์ทุกรูปแบบอย่างมีสติ จะมาอ้างว่าเป็นโลกส่วนตัวคงไม่ได้ เพราะจะไปบังคับให้ทุกคนในสังคมมองโลกสวย คงเป็นเรื่องยาก

---------------------------------------------

วันจันทร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2560

วารสาร ทรงเป็น " ราชาแห่งราชัน " King of kings

ราชาแห่งราชัน King of kings
หนึ่งใน " ทำดีเพื่อพ่อ "
วารสาร ทรงเป็น " ราชาแห่งราชัน " King of kings เนื่องในพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร ( 100 วัน ) พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จัดทำโดย วารสาร UNSEEN TODAY ร่วมด้วย กองทัพบก (โดย ศูนย์ไซเบอร์กองทัพบก ) และ กองทัพเรือ  เพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศล และจะนำไปมอบให้กับประชาชนที่เดินทางมากราบถวายบังคมพระบรมศพฯ จำนวน 100,000 เล่ม 





































วันศุกร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2560

100 วัน 100 บทกวี เรื่องราวดีๆ ถวายพ่อหลวง ( 16 - 20 ม.ค. 60 )


100 วัน 100 บทกวี เรื่องราวดีๆ ถวายพ่อหลวง

คอลัมภ์ IT & Cyber โดย พล.ต. ฤทธี  อินทราวุธ ในช่วง 100 วัน แห่งความอาลัยฯ เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ แห่งองค์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ จึงได้จัดทำบทความ " 100 วัน 100 บทกวี เรื่องราวดีๆ ถวายพ่อหลวง " เผยแพร่ทางสื่อโซเชียลมีเดีย แทน ตั้งแต่ 13 ต.ค.59 - 20 ม.ค. 60 ครบรอบ 100 วัน

20 ม.ค.60
น้อมถวาย ครบรอบ หนึ่งร้อยวัน
ใจผูกพัน รำลึก นึกถึงพ่อ
ขอตามรอย พระบาท อย่างเพียงพอ
ร้อยวันพ่อ ร้อยกวี ที่ร้อยเรียง
รวมเรื่องราว หลายเรื่อง เกี่ยวเนื่องพ่อ
สืบสานต่อ ปณิธาน ประสานเสียง
หนึ่งร้อยวัน ร้อยกวี ที่เรียบเรียง
หลายร้อยเรื่อง เรียงบรรจบ ครบร้อยวัน
ขออุทิศ พระกุศล ผลบุญ
น้อมเกื้อหนุน ในหลวง สรวงสวรรค์
ทรงลาลับ ดับขันธ์ ครบร้อยวัน
นิจนิรันดร์ บรรทม บรมพิมาน
ตักบาตรพระ บำเพ็ญ พระกุศล 
ร่วมสวดมนต์ อุทิศ อฐิธาน
น้อมถวาย พระกุศล สตมวาร
ปณิธาน สานต่อ ขอทำดี
19 ม.ค.60
พระผู้เป็น มิ่งขวัญ จอมทัพไทย
พระราขทาน ธงชัย ให้ทหาร
สัญลักษณ์ แทนองค์ ธงชัยชาญ
อริมาร คลานหมอบ ยอมจำนน
เหล่าทหาร ปฏิญาณ กระทำสัตย์ 
ธงสะบัด หน้าแนว แถวพหล
สวนสนาม ปฏิญาณ พร้อมเพรียงพล
เราทุกคน ทหารกล้า พระราชา
18 ม.ค.60
พระผู้เป็น มิ่งขวัญ กองทัพไทย
ทรงห่วงใย ใส่ใจ ในทหาร
เสด็จเยี่ยม ทุกฐาน ถิ่นกันดาร
ป้องเขตคาม ทั่วไทย ให้มั่นคง
ทุกถิ่นไทย ไม่กลัว ไปทั่วเขต
ทั่วประเทศ เขตคาม ตามประสงค์
ไม่กลัวภัย กรายกล้ำ ทำพระองค์
ชาติดำรง คงคู่ จอมทัพไทย
17 ม.ค.60
ฝากดูแล เด็กเด็ก นะครูนะ
ฝากภาระ อบรม บ่มนิสัย
สอนให้เขา เป็นคนดี มีวินัย
อย่าผลักไส ไล่ออก นอกโรงเรียน
ความเป็นครู ดูแลเขา เอาใจใส่
ครูใช่ไหม? คำของพ่อ ขอใส่เศียร
พ่ออยู่ไกล ฝากดูเด็ก ให้พากเพียร
ตราบเกษียณ เตือนใจ ในวันครู
( ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงมีพระราชดำรัส กับ ครู )
“เป็นครูใช่ไหม เราฝากเด็กๆด้วยนะ ช่วยสอนให้เขาเป็นคนดี” กับ ครูสุวิทย์ อนันตะ อดีตครูบำนาญ จ.สุโขทัย
“ครู...ตัวฉันอยู่ไกล ฝากดูแลเด็ก ๆ ด้วย” กับ ครูเรียม สิงห์ทร ครูโรงเรียนบ้านขอบด้ง ในพื้นที่บริเวณสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง
“ถ้าครูทุกคนมีจิตวิญญาณของความเป็นครู ครูก็จะอบรมบ่มนิสัยของนักเรียนได้ด้วยความรักความเมตตาของความเป็นครู...ฝากไว้ด้วย ถ้ามีปัญหาอย่างใด ก็อย่าได้ไล่เด็กเขาออกจากโรงเรียน” กับครูตู้ ณรงค์ฤทธิ์ ศักดารณรงค์ อดีตอาจารย์โรงเรียนวังไกลกังวล)
เรียบเรียงจาก
- ข่าวจากเว็บไซต์โพสต์ทูเดย์ 11 ธันวาคม 2559
- ข่าวจากเว็บไซต์ไทยรัฐ 31 ต.ค. 2559
- สารคดีชุด ประพาสต้นบนดอย โดยบริษัทพาโนราม่า เวิลด์ไวด์ จำกัด ร่วมกับ บริษัท อสมท.จำกัด (มหาชน)

16 ม.ค.60
พระผู้ทรง เป็นครู คู่แผ่นดิน
รอบรู้สิ้น ดินฟ้า ป่าลมฝน
เศรษฐกิจ คิดค้น งานช่างกล
พืชไม้ผล มลพิษ คิดแก้กัน
สิ่งแวดล้อม เป็นมิตร คิดเรื่องแปลก
ปลูกหญ้าแฝก แปลกจริง แก้มลิงผัน
ทรงสอนสั่ง ดั่งครู รู้ทั่วกัน
วันครูนั้น หมั่นเรียนรู้ ครูแผ่นดิน

100 วัน 100 บทกวี เรื่องราวดีๆ ถวายพ่อหลวง ( 8 - 15 ม.ค.60 )


100 วัน 100 บทกวี เรื่องราวดีๆ ถวายพ่อหลวง

คอลัมภ์ IT & Cyber โดย พล.ต. ฤทธี  อินทราวุธ ในช่วง 100 วัน แห่งความอาลัยฯ เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ แห่งองค์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ จึงได้จัดทำบทความ " 100 วัน 100 บทกวี เรื่องราวดีๆ ถวายพ่อหลวง " เผยแพร่ทางสื่อโซเชียลมีเดีย แทน ตั้งแต่ 13 ต.ค.59 เป็นต้นไป

15 ม.ค.60
ธ ทรงเป็น จอมทัพ เหล่าทหาร
ธ ทรงงาน เพื่อชาติ ราษฎร์สุขขี
เป็นมิ่งขวัญ ชาวไทย ใต้บารมี
น้อมฯสดุดี เทอดไท้ องค์ราชัน
องค์ในหลวง ร่มฉัตร รัชกาลที่ ๙
เหนือปกเกล้า เหล่าไทย ได้สุขสันต์
ธ ทรงเป็น ราชา เหนือราชัน
น้อมฯมุ่งมั่น ภักดี จักรีวงศ์
14 ม.ค.60
องค์พ่อหลวง ห่วงใย ในวัยเด็ก
ทั้งวัยเล็ก วัยเรียน เพียรศึกษา
พระบรม ราโชวาท ราชทานมา
เนื่องในครา วันเด็ก ได้จดจำ
คติธรรม คำขวัญ คติพจน์
ให้จำจด ปฏิบัติ ฝึกหัดซ้ำ
ฝึกวินัย ใจกาย จริยธรรม
เด็กใดทำ ตามคำพ่อ ขอให้เจริญ
13 ม.ค.60
คำสอนพ่อ ขอเพียรทำ ตามคำสอน
ทั้งอาทร ท้อแท้ แม้สิ้นหวัง
เพียรทำตาม คำสอน สุดกำลัง
เสร็จสมหวัง ดังใจ ที่ต้องการ
ครูแสวง เลิกสอน ย้อนรอยพ่อ
ซ่อมรถต่อ หลังเกษียณ เพียรสืบสาน
ซ่อมชีวิต บางคน พ้นสันดาน
ให้มีงาน มีชีวิต ที่ดีงาม
12 ม.ค.60
ธารน้ำใจ ไหลหลั่ง ดังสายน้ำ
ต่างน้อมนำ คำสอน พ่อมาสาน
รู้จักให้ ได้บุญ หนุนเนื่องนาน
ช่วยหมู่บ้าน ชาวใต้ ให้บรรเทา
น้ำท่วมใต้ หลายที่ ต่างมีทุกข์ 
ใจไร้สุข ทุกข์ร้อน ผ่อนคลายเขา
บริจาค ของกิน ของใช้เรา
มอบให้เขา เราสุข ทุกข์เขาจาง
11 ม.ค.60
น้ำใจไทย ไหลพรู สู่ภาคใต้
ทั้งของใช้ ของกิน ไม่สิ้นสาย
เอกชน จิตอาสา มามากมาย
ไม่ดูดาย ช่วยรัฐ ปัดทุกข์ตรม
ธารน้ำใจ ไหลหลั่ง ยั้งเดือดร้อน
ที่พ่อสอน ให้รักกัน นั้นเหมาะสม
ทุกภาคไทย ส่งใจ ใต้หายตรม
พ่อชื่นชม ชื่นใจลูก รักผูกพัน
10 ม.ค.60
น้ำท่วมใต้ หลายคน ทนทุกข์ร้อน
ไร้ที่นอน หมอนมุ้ง หุงอาหาร
น้ำพระทัย ในหลวง พระราชทาน
ราชการ เอกชน ร่วมช่วยกัน
พ่อบนฟ้า มองมา น้ำตาหลั่ง
ส่งพลัง กำลังใจ ให้แข็งขัน
ไม่มีพ่อ ขอลูก จงรักกัน
ร่วมสานฝัน ฝ่าฟัน ผ่านพ้นภัย
9 ม.ค.60
ประชาชน คนไทย ต่างไร้สุข
ชาวใต้ทุกข์ ภัยน้ำท่วม ร่วมช่วยเหลือ
น้ำพระทัย ในหลวง มากเหลือเฟือ
ทรงช่วยเหลือ ถุงยังชีพ พระราชทาน
ภาพในหลวง ทรงห่วงใย ภัยน้ำท่วม
แก้ภาพรวม แก้มลิงพ่อ ว.เรียกขาน
เฝ้าดูน้ำ ตามดู ทุกเหตุการณ์
ขอสืบสาน งานพ่อ ขอช่วยกัน
8 ม.ค.60
พระบารมี พ่อหลวง ทรงห่วงใต้
ผ่านพ้นภัย ผ่านวิกฤต อธิฐาน
ให้ชาวใต้ ปลอดภัย ผ่านเหตุการณ์
ดลบันดาล กำลังใจ ให้ทุกคน
พ่อเคยอยู่ ดูแล ความเดือดร้อน
ประชากร นอนเป็นสุข ทุกแห่งหน
น้ำท่วมหนัก ภาคใต้ ทุกตำบล
ใต้ทุกคน ใจสู้ พ่อรู้ดี