วันพุธที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2561

รายการ มหานครอัจฉริยะ ( Technopolis ) ไทยรัฐทีวี ช่อง 32


รายการ มหานครอัจฉริยะ ( Technopolis ) ไทยรัฐทีวี ช่อง 32
สัมภาษณ์เรื่องราวสาระความรู้เกี่ยวกับ กิจการอวกาศและดาวเทียม เพื่อเก็บข้อมูลทำสกู้ปนำเสนอ มีสัมภาษณ์สดช่วงท้ายรายการ on air เมื่อวันเสาร์ที่ 28 ก.ค.2561 เวลา 1230
ดำเนินรายการโดย คุณจอห์น นูโว ( จอห์น รัตนเวโรจน์ )
--------------------------------------------------------------------------
1. พูดถึงระบบความเชื่อมโยง สารสนเทศ เทคโนโลยีในประเทศไทย ?
สารสนเทศ เป็น ข้อมูลดิจิตัล จึงสามารถที่จะเชื่อมโยงผ่านสื่อหรือมีเดียต่างๆ เช่นเดียวกับ การสื่อสารโทรคมนาคม ทั้งทางระบบใช้สาย และระบบไร้สาย ซึ่งเทคโนโลยีสารสนเทศและเครือข่ายการเชื่อมโยงของประเทศไทยคงไม่มีอะไรแตกต่างจากต่างประเทศมากนัก ยกเว้นในเรื่องคุณภาพและประสิทธิภาพของการบริการ
โดยเฉพาะระบบไร้สาย ซึ่งประเทศไทยเราส่วนใหญ่ยังอยู่ที่ระบบ 3G - 4G แต่บางประเทศได้มีการใช้ระบบ 4G LTE-A (Long Term Evolution - Advancedหรือ 4.5 G ไปจนถึง 5G กันแล้ว ซึ่งมีคุณภาพ ประสิทธิภาพ และความเร็วในการรับ-ส่งข้อมูลสารสนเทศทั้งในรูปแบบข้อความ ภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหว ได้ดีกว่า
ระบบการเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศในยุคปัจจุบัน มักจะนิยมใช้การเชื่อมโยงเครือข่ายผ่านระบบสื่อสารดาวเทียม เพราะมีความสะดวกสบาย เกือบจะไร้ข้อจำกัดด้านพื้นที่ สามารถใช้งานผ่านทางโทรศัพท์มือถือแบบ Smart Phone ซึ่งมีการพกพาใช้งานกันเกือบทุกคน ตั้งแต่เด็กจนไปถึงผู้ใหญ่ ทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะในประเทศไทยเราซึ่งกำลังประสบกับปัญหาการจราจรติดขัดอย่างรุนแรง ทำให้การติดต่อนัดหมาย การยืนยันหลักฐาน การแสดงภาพแบบ Real Time รวมถึงการส่งภาพเหตุการณ์ และตำแหน่งต่างๆ ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงแอฟฟริเคชั่นต่างๆ บนโทรศัพท์มือถือที่เชื่อมโยงเครือข่ายผ่านระบบสื่อสารดาวเทียม สามารถกระทำได้โดยง่ายและเป็นประโยชน์
2. อยากทราบถึงดาวเทียมในปัจจุบันมีทั้งหมดกี่ประเภท? มีกี่ดวงที่ใช้งาน การใช้งานแตกต่างกันอย่างไร?
ประเภทของดาวเทียม สามารถแบ่งได้ตาม ลักษณะการใช้งาน , ลักษณะของวงโคจร , ระดับความสูง และขนาดของดาวเทียม แต่ถ้าจะจำแนกตามลักษณะการใช้งานหรือการใช้ประโยชน์หลักๆ มีดังนี้
-                   ดาวเทียมสื่อสาร ( THAICOM , IntelSat , Iridium)
-                   ดาวเทียมสำรวจทรัพยากรโลก หรือ ดาวเทียมถ่ายภาพ ( Theos , LandSat , RadarSat, Spot , QuickBird )
-                   ดาวเทียมนำร่อง หรือ ดาวเทียม GPS ( NavStar )
-                   ดาวเทียมอุตุนิยมวิทยา ( Noaa ถ่ายภาพภูมิอากาศ ติดตามพายุ )
-                   ดาวเทียมดาราศาสตร์ ( Galileo สำรวจดาวพฤหัส , Magellan สำรวจดาวศุกร์)
-                   ดาวเทียมจารกรรม ( Keyhole และ BigBird ของสหรัฐ , Cosmos ของรัสเซีย)
รายละเอียดอื่นๆ สามารถดูได้ในเว็บไซต์ของ GISTDA

3. ประเทศไทยใช้ประโยชน์อะไรจากดาวเทียมบ้าง?
ประเทศไทยเราใช้ประโยชน์จากดาวเทียมประเภทต่างๆ ตามที่กล่าวมาแล้ว ยกเว้นดาวเทียมจารกรรม ที่ใช้ในทางทหาร เพราะถือว่าเป็นความลับ ความมั่นคงของประเทศมหาอำนาจนั้นๆ  ดาวเทียมประเภทนี้จะต้องพัฒนา
สร้างขึ้นมาเองและนำส่งสู่ชั้นอวกาศเอง ไม่สามารถที่จะไปจ้างใครมาสร้างให้ได้ เพราะถือเป็นยุทโธปกรณ์ที่มีความสำคัญและเป็นความลับทางการทหาร เมื่อจะนำส่งขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ ก็จะต้องสร้างจรวดนำส่งดาวเทียมขึ้นไปเอง ไม่สามารถนำส่งโดยใช้บริการจรวดนำส่งดาวเทียมจากบริษัทภาคธุรกิจเอกชนได้ เพราะไม่สามารถผ่านการ Declare รายละเอียดอุปกรณ์ และวัตถุประสงค์การใช้งานที่ขัดกับระเบียบการใช้ห้วงอวกาศขององค์กรที่เกี่ยวข้องกับกิจการอวกาศนานชาติได้ ส่วนดาวเทียมประเภทอื่นๆ ประเทศไทยเราใช้ประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม ทั้งดาวเทียมของไทย และของต่างประเทศ

4. ความต้องการการใช้งานดาวเทียมของประเทศไทยมีมากน้อยแค่ไหน และมีงานประเภทไหนบ้างที่ยังต้องการพึ่งพาการใช้ดาวเทียม?
ประเทศไทยเรามีความต้องการใช้งานดาวเทียมสูงมาก ทั้งดาวเทียมของไทย และการใช้ประโยชน์จากดาวเทียมต่างประเทศ เช่น
ดาวเทียมสื่อสาร ของไทยเรามี THAICOM 1 – 8 ปัจจุบันที่มีใช้งาน คือ THAICOM 4 ( IP Star เป็น ดาวเทียม Broadband เครือข่ายความเร็วสูง ) , THAICOM 5 - 8 (  เป็น ดาวเทียม Broadcast )  และดาวเทียมของต่างประเทศ เช่น IntelSat , Iridium เป็นต้น ซึ่งจำเป็นต่อระบบการติดต่อสื่อสารโทรคมนาคม ระบบกิจการกระจายเสียง ระบบกิจการโทรทัศน์ และระบบสารสนเทศ ทั้งข้อมูล ภาพ และเสียง
ดาวเทียมสำรวจทรัพยากรโลก หรือ ดาวเทียมถ่ายภาพ ของไทยเรามี Theos และดาวเทียมของต่างประเทศ เช่น LandSat , RadarSat, Spot , QuickBird ซึ่งมีรายละเอียดคุณสมบัติของกล้องถ่ายภาพประเภทต่างๆ รวมถึงความ
ละเอียดของภาพ ( Resolution ) แตกต่างกันไป ซึ่งมีความจำเป็นในการสำรวจพื้นที่ การทำแผนที่ การบริหารจัดการพื้นที่ การวางผังเมือง การติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติ อุทกภัย วาตภัย ไฟป่า การบุกรุกป่าและทรัพยากรธรรมชาติ เป็นต้น
ดาวเทียมนำร่อง หรือ ดาวเทียม GPS เราใช้ดาวเทียมของต่างประเทศ เช่น NavStar ในการ แสดงตำแหน่งบนผิวโลก ใช้นำทางในการขับรถไปไหนมาไหน ผ่านแอฟฟริเคชั่นแผนที่ GoogleMap หรือ Track เส้นทาง ผ่านอุปกรณ์ GPS หรือ โทรศัพท์มือถือ
ดาวเทียมอุตุนิยมวิทยา เราใช้ดาวเทียมของต่างประเทศ เช่น Noaa สำหรับดูสภาพภูมิอากาศ , พยากรณ์อากาศ และเส้นทางพายุต่างๆ ในเว็บไซต์ของกรมอุตุนิยมวิทยา หรือเว็บไซต์พยากรณ์อากาศต่างๆ
ดาวเทียมดาราศาสตร์ เราใช้ข้อมูลภาพเพื่อใช้ในการศึกษาด้านดาราศาสตร์ จากดาวเทียมของต่างประเทศ เช่น Galileo สำรวจดาวพฤหัส หรือ Magellan สำรวจดาวศุกร์ รวมถึงดาวเทียมดาราศาสตร์อื่นๆ ที่ใช้ในการสำรวจ Galaxy , จุดดับของดาวอาทิตย์ , พายุสุริยะ และดาวเคราะห์ต่างๆ

5. บทบาทของดาวเทียมที่จะมีต่อประเทศในอนาคตจะเป็นอย่างไร?
ประเทศไทยเราให้ความสำคัญในบทบาทของดาวเทียมและกิจการอวกาศมานานแล้วในอดีต ตั้งแต่การปล่อยดาวเทียมสื่อสาร  THAICOM มาจนถึงดาวเทียมสำรวจทรัพยากรโลก THEOS 1 เมื่อ 10 ปีที่แล้ว  แต่เนื่องจากเป็น
เทคโนโลยีที่ค่อนข้างจะมีการลงทุนสูง และองค์ความรู้บางส่วนเป็นความลับเชิงธุรกิจ ถึงแม้ว่าไทยเราจะส่งผู้เชี่ยวชาญจำนวนหนึ่งไปร่วมทีมพัฒนาสร้างดาวเทียมดังกล่าว แต่เมื่อสร้างเสร็จกลับมา เราไม่สามารถต่อยอดการพัฒนาไปสู่การสร้างดาวเทียมด้วยตนเองได้เลย  เพราะการถ่ายทอดเทคโนโลยี หรือ Technology Transfer ที่เราได้รับมานั้น ยังไม่เพียงพอเท่าที่ควร หรือองค์ความรู้บางอย่างเรายังเข้าไม่ถึง
ปัจจุบันประเทศไทยเราเริ่มให้ความสนใจ และมีการพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีอวกาศและดาวเทียมเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ บางสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษานอกจากจะมีสาขาวิชาดังกล่าวแล้ว ยังสามารถทำการวิจัยพัฒนาดาวเทียมขนาดเล็ก เช่น Cube Sat ได้สำเร็จ เช่น โครงการดาวเทียม KNACKSAT ของ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เป็นต้น
นอกจากนี้ผลพวงจากการที่ประเทศไทยได้ลงทุนสร้างดาวเทียมสำรวจทรัพยากรโลก THEOS 2 ของ GISTDA ซึ่งนอกจากจะได้รับประโยชน์จากการใช้งานดาวเทียมดาวหลักแล้ว ยังได้มีการเตรียมการพัฒนาบุคลากรจำนวนหนึ่งประมาณ 40 – 50 คน เพื่อรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจนถึงขั้นสามารถสร้างดาวเทียมขนาดเล็ก ( Micro Satellite ) ขนาดประมาณ 100 กิโลกรัม โดยจะพัฒนาในประเทศไทย ณ อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี โดยคนไทยให้สำเร็จ และปล่อยไปพร้อมๆ กับดาวเทียม THEOS 2
ส่วนในระดับชาติได้มีการแต่งตั้ง คณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติ ขึ้นมากำกับดูแล หน่วยงานของรัฐบางหน่วยงาน ได้มีการจัดตั้งองค์กรด้านนี้ขึ้นมา เพื่อรองรับการทำงานของหน่วยงาน และรองรับผู้ที่สำเร็จการศึกษาในด้านนี้ แม้จะเป็นจุดเริ่มต้น แต่ก็ทำให้มองเห็นทิศทาง บทบาท และอนาคตของดาวเทียมรวมถึงกิจการอวกาศของ
ประเทศไทยชัดเจนเพิ่มมากขึ้น ในด้านการเตรียมความพร้อมในการพัฒนาบุคลากรในด้านนี้ เพื่อรองรับนโยบายขับเคลื่อนประเทศไทย 4.0 ด้านการพัฒนาอุตสาหกรรม ที่เกี่ยวข้องกับกิจการอวกาศ โดยเฉพาะการเดินหน้า Startup ของ mu Space  บริษัทสัญชาติไทย ที่ประกาศจับมือกับ BLUE ORIGIN เตรียมสร้างจรวด New Glenn เพื่อส่งดาวเทียมในปี 2563

6. บทบาทสรุปในปัจจุบัน และอนาคต ของวงการสื่อสารของไทย ?
วงการสื่อสารของไทยในปัจจุบันได้มีการปรับตัวอยู่ตลอดเวลา เพื่อรองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ ในอนาคต ทั้งระบบโครงข่าย อุปกรณ์ สื่อ มีเดีย และแอฟฟริเคชั่นต่างๆ โดยเฉพาะการใช้งานบนโทรศัพท์มือถือแบบ Smart Phone ในปัจจุบันและอนาคต นับว่ามีบทบาทสำคัญและมีความจำเป็นสำหรับทุกๆ คน เพราะระบบสื่อสารดังกล่าว จะทำให้คนทุกมุมโลกสามารถเข้ามาใกล้ชิดกันมากขึ้น สามารถเข้าถึงเหตุการณ์ต่างๆ ได้รวดเร็วขึ้น และสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย ซึ่งข้อดีของวงการสื่อสารดังกล่าว ในมุมกลับกับอาจจะส่งผลกระทบในทางลบต่อสังคม หากข้อมูล ข่าวสาร เหตุการณ์ และการใช้งานถูกนำไปใช้ในทางที่มิชอบมิควร ดังนั้นการใช้งานและการบริโภคข้อมูลข่าวสารต่างๆ  จึงควรมีสติ และใช้มันด้วยความชาญฉลาด
-----------------------------------

วันอังคารที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

Computer Graphic กับ การปฏิบัติการค้นหา และช่วยเหลือ "ทีมหมูป่า"

Computer Graphic กับ การปฏิบัติการค้นหา และช่วยเหลือ "ทีมหมูป่า"

เทคโนโลยี Computer Graphic กับ การปฏิบัติการ ( Operations ) เป็นสิ่งจำเป็นในการจำลองพื้นที่ปฏิบัติการ ไม่ว่าจะเป็นการปฏิบัติการรบทางทหาร หรือการปฏิบัติการเพื่อค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานและผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถมองเห็นสภาพแวดล้อมและสถานการณ์ได้ใกล้เคียงความเป็นจริงมากที่สุด ซึ่งจะช่วยให้ข้อมูลในการวิเคราะห์ ประเมินสถานการณ์ และการวางแผนปฏิบัติการ ตลอดจนการจำลองแผนการปฏิบัติให้เกิดความเข้าใจตรงกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปฏิบัติค้นหา และช่วยเหลือน้องๆ ทีมหมูป่าทั้ง 13 คน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความปลอดภัยและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

ต่างประเทศมักจะให้ความสำคัญลำดับแรกกับการนำเทคโนโลยีด้าน Computer Graphic มาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติการแทบทั้งสิ้น เพราะจะทำให้ผู้ปฏิบัติงานมองเห็นสภาพแวดล้อม ภูมิประเทศ ความซับซ้อนของพื้นที่ ปัญหาอุปสรรค และความยากลำบากในการปฏิบัติงานอย่างกระจ่างชัด เพื่อจะได้สามารถวิเคราะห์ ประเมินสถานการณ์ และวางแผนปฏิบัติการขั้นต้นว่าจะปฏิบัติด้วยวิธีการหรือหนทางปฏิบัติใดดีที่สุด จะต้องวางการสนับสนุนอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องไม้อะไร? จำนวนเท่าใด? ที่ไหน? อย่างไร? เพื่อให้การเตรียมการปฏิบัติการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ปลอดภัย และรวดเร็ว จะเห็นได้จากระยะเวลาในการวางแผนและการปฏิบัติการช่วยเหลือทีมหมูป่าในครั้งนี้รวดเร็วมาก

เทคโนโลยีด้าน Computer Graphic ในบ้านเรามักจะนิยมนำมาประยุกต์ใช้ในด้านงานสื่อสารมวลอย่างแพร่หลาย เพื่อให้ประชาชนผู้บริโภคข่าวสารเกิดความเข้าใจง่ายขึ้น มีความน่าสนใจ เร้าใจ และเกิดแรงดึงดูดในการติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญประชาชนผู้บริโภคข่าวสารทุกเพศทุกวัยเกิดความรู้ ความเข้าใจ เกิดความตระหนัก ความตื่นตัว และนำไปสู่การเรียนรู้จากบทเรียนของเหตุการณ์ในครั้งนี้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมไทย

วันอาทิตย์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

การจำลองการปฏิบัติเสมือนจริงหรือการทดสอบการเคลื่อนย้ายตามแผน เป็นสิ่งจำเป็น !

การจำลองการปฏิบัติเสมือนจริงหรือการทดสอบการเคลื่อนย้ายตามแผน เป็นสิ่งจำเป็น !

การปฏิบัติการช่วยเหลือเพื่อนำทีมหมูป่าทั้ง 13 ชีวิตออกมาจาก เนินนมสาว ภายในถ้ำเขาหลวง ระยะทาง กว่า 10 กม. ซึ่งจะต้องผ่านเส้นทางการดำน้ำในโพรงถ้ำใต้น้ำแคบๆ ระยะทางยาวหลายจุด เป็นความยากลำบากอย่างยิ่งของ จนท.หน่วยซีลที่จะทำการช่วยเหลือน้องๆ ออกมา ด้วยความเรียบร้อย รวดเร็ว และปลอดภัย

ถึงแม้ว่าการปฏิบัติการช่วยเหลือโดยวิธีการเจาะเขาลงมายังโพรงถ้ำ เพื่อลำเลียงเด็กๆ ดึงขึ้นทางปล่องบนเขาจะเป็นวิธีที่ปลอดภัยกว่า ซึ่งได้มีการสำรวจโพรงถ้ำจากด้านบนเขามากว่า 2 สัปดาห์ เพื่อหาทางทำการเจาะทะลุทะลวงลงมาถึงภายในถ้ำ เพราะการปฏิบัติการช่วยเหลือโดยการชักดึงทีมหมูป่าที่ 13 ชีวิต ขึ้นมาจากภายในถ้ำจะมีความปลอดภัยกว่าการเคลื่อนย้ายออกมาจากถ้ำด้วยการดำน้ำ แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่สามารถหาหนทางการปฏิบัติดังกล่าวได้ เพราะระยะความสูงของพื้นดินด้านบนเขาลงมาจนถึงโพรงถ้ำประมาณ 500 - 1,000 เมตร และยังไม่ทราบตำแหน่งที่จะเจาะลงมาให้ตรงกันชัดเจน

กรณีที่จำเป็นต้องเลือกหนทางปฏิบัติด้วยการนำเด็กๆ ดำน้ำออกมาตามเส้นทางใต้น้ำที่ยากลำบาก และมีระยะทางไกลนั้น นอกจากการฝึกให้เด็กคุ้นเคยกับการสวมหน้ากากแบบเต็มหน้า ( Full face) และการใช้อุปกรณ์ดำน้ำเป็นเวลานานๆ เพื่อฝึกความเคยชิน การเพิ่มอุปกรณ์เชือกลากจูง สำหรับชักรอกเพื่อช่วยเพิ่มให้การเคลื่อนที่ของเด็กๆ ได้เร็วขึ้น การเตรียมสถานีพักเหนื่อยเหนือน้ำเพื่อออมแรงระหว่างทางเป็นระยะๆ การเตรียมถุงอุโมงค์อากาศใต้น้ำระหว่างทาง โดยเฉพาะปากทางเข้า-ออกโพรงอุโมงค์ถ้ำใต้น้ำแคบๆ เพื่อใช้เป็นพื้นที่แก้ไขปัญหา ซึ่งจะช่วยให้เกิดความปลอดภัยมากยิ่งขึ้นแล้ว

การปฏิบัติการช่วยเหลือเพื่อนำทีมหมูป่าทั้ง 13 ชีวิตออกมาจาก เนินนมสาว ภายในถ้ำเขาหลวง ระยะทาง กว่า10 กม. ซึ่งจะต้องผ่านเส้นทางการมุดดำน้ำในโพรงใต้น้ำเล็กๆ ระยะทางยาวหลายจุด เป็นความยากลำบากอย่างยิ่งของ จนท.ทีมหน่วยซีลที่ทำการช่วยเหลือออกมา ด้วยความเรียบร้อย รวดเร็ว และปลอดภัย

ถึงแม้ว่าการปฏิบัติการช่วยเหลือโดยวิธีการเจาะเขาลงมา เพื่อลำเลียงดึงขึ้นทางปล้องบนเขาจะเป็นวิธที่ปลอดภัยกว่า ซุ่งได้มีการสำรวจโพรงถ้ำจากด้านบนมากว่า 2 สัปดาห์ เพื่อหาทางทำการเจาะทะลุทะลวงลงมาถึงภายในถ้ำ การปฏิบัติการช่วยเหลือสำหรับการชักดึงทีมหมูป่าที่ 13 ชีวิต ขึ้นมาจากภายในถ้ำอย่างปลอดภัยกว่าการเคลื่อนย้ายออกมาจากถ้ำด้วยการดำน้ำ แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่สามารถหาหนทางการปฏิบัติดังกล่าวได้ เพราะระยะความสูงของพื้นดินด้สยบนเขาลงมาจนถึงโพรงถ้ำประมาณ 500 - 1,000 เมตร และไม่ทราบตำแหน่งที่จะเจาะให้ตรงกันชัดเจน

กรณีที่จำเป็นต้องเลือกหนทางปฏิบัติด้วการนำเด็กๆ ดำน้ำออกมาตามเส้นทางใต้น้ำที่ยากลำบาก แคบ และมีระยะทางไกลนั้น นอกจากการฝึกให้เด็กคุ้นเคยกับการสวมหน้ากากแบบเต็มหน้า ( Full face) และการใช้อุปกรณ์ดำน้ำเป็นเวลานานๆ เพื่อฝึกความเคยชิน การแก้ไขปัญหาน้ำซึมเข้าหน้ากาก การเตรียมเพิ่มอุปกรณ์เชือกลากจูง สำหรับชักรอกเพื่อช่วยเพิ่มให้การเคลื่อนที่ของเด็กๆ ได้เร็วขึ้น การจัดเตรียมสถานีพักเหนื่อยเหนือน้ำเพื่อออมแรงระหว่างทางเป็นระยะๆ การเตรียมถุงอุโมงค์อากาศใต้น้ำระหว่างทาง โดยเฉพาะปากทางเข้า-ออกโพรงอุโมงค์ถ้ำใต้น้ำแคบๆ เพื่อใช้เป็นพื้นที่แก้ไขปัญหาการหายใจใต้น้ำและแก้ไขปัญหาอุปกรณ์ กรณีที่อุปกรณ์ดำน้ำเกิดปัญหาระหว่างการดำน้ำรอดอุโมงต์แคบๆใต้น้ำ ซึ่งจะช่วยให้เกิดความปลอดภัยมากยิ่งขึ้นแล้ว

สิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ การจำลองการปฏิบัติเสมือนจริงหรือการทดสอบการเคลื่อนย้ายตามแผน โดบใช้ จนท.หน่วยซีล 1 นาย ทำหน้าที่เป็นตัวแทนเด็ก ซึ่งช่วยตัวเองแทบไม่ได่ แล้วพากันเคลื่อนย้ายออกมา เพื่อทำการทดสอบแผนการปฏิบัติจริง การกะระยะเวลาเคลื่อนย้ายในแต่ละช่วง และการแก้ไขปัญหาฉุกเฉินต่างๆ ตามสถานการณ์ นับเป็นสิ่งจำเป็น เพราะจะเป็นการซักซ้อมการปฏิบัติเพื่อหาวิธีการที่ดีและปลอดภัยที่สุดทำให้ทราบระยะเวลาจริง และทำให้เกิดความมั่นใจของ จนท.

การดำน้ำในถ้ำของต่างประเทศที่นำมาประกอบนี้ จะทำให้มองเห็นถึงความยากลำบากในการปฏิบัติการในครั้งนี้ ซึ่งนอกจากโพรงถ้ำจะแคบ ระยะทางยาว น้ำขุ่นมืดมองไม่เห็น และบางช่วงมีกระแสน้ำพัดแรง
จึงขอเป็นกำลังใจให้กับ จนท.ซีล ทุกคน และน้องๆ ทีมหมูป่าทั้ง 13 คน ให้ สู้ๆ และทะยอยพากันออกมาในวันนี้ด้วยความปลอดภัยทุกคน

วันศุกร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

การช่วยเหลือนำทีมหมูป่าทั้ง 13 ชีวิตออกมาจาก เนินนมสาว

การช่วยเหลือนำทีมหมูป่าทั้ง 13 ชีวิตออกมาจาก เนินนมสาว

ปัญหาการช่วยเหลือนำทีมหมูป่าทั้ง 13 ชีวิตออกมาจาก เนินนมสาว ซึ่งเลยพัทยาบีชไป 400 ม. ภายในถ้ำเขาหลวง ระยะทาง กว่า 10 กม. ซึ่งจะต้องผ่านเส้นทางการมุดดำน้ำในโพรงใต้น้ำเล็กๆ ระยะทางยาวหลายจุด เป็นความยากลำบากอย่างยิ่งของ จนท.ทีมหน่วยซีลที่ทำการช่วยเหลือออกมา ซึ่งบางส่วนตั้งฐานปฏิบัติการช่วยเหลือส่วนหน้าในพื้นที่โถง 3 อีกส่วนหนึ่งต้องอยู่เป็นเพื่อนคอยดูแลเด็กๆ ทั้ง 13 คน ที่ติดอยู่ที่เนินนมสาว ภายในถ้ำเขาหลวง ซี่งเป็นทีมปฏิบัติงาน จึงไม่มีเวลาในการวิเคราะห์ วางแผน อย่างละเอียดรอบคอบ เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวดเร็ว และปลอดภัย

ทีมวิเคราะห์ วางแผนการปฏิบัติการช่วยเหลิอการนำเด็กออกมา ซึ่งอยู่ที่ศูนย์อำนวยการหลักภายนอกถ้ำ จะต้องมีข้อมูลสภาพแวดล้อมของภูมิประเภทพื้นที่ปฏิบัติการช่วยเหลือที่ละเอียดทุกซอกทุกมุมเป็นปัจจัยสำตัญลำดับแรก จนถึงขณะนี้ 4 วันภายหลังเข้าถึงที่หมายที่พบเด็กๆ ติดอยู่เนินนมสาวตั้งแต่คืนวันที่ 2 ก.ค. ยังไม่มีปรากฎภาพกร๊าฟฟิคเส้นทาง และสภาพแวดล้อมของถ้ำ สภาพของโพรงถ้ำใต้น้ำ สภาพพื้นน้ำกว้าง ยาว ลึก สภาพพื้นบก กว้างยาว สูง เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ วางแผนการเคลื่อนย้าย เพื่อช่วยเหลือออกมา คงมีแต่ปัญหา อุปสรรค ข้อจำกัดต่างๆ ที่ต้องจิตนาการหรือมโนตามว่าน่าจะเป็นอย่างไร ซึ่งอาจจะไม่ตรงกับข้อเท็จจริง หรือได้ข้อมูลไม่ครบถ้วน

ข้อมูลสภาพแวดล้อมของภูมิประเภทของถ้ำ จากหน่วยซีลที่เคลื่อนที่ผ่านเข้าไปเป็นเพียงส่วนหนึ่งเพราะทัศนวิสัยจำกัดในการดำน้ำขุ่นๆ ข้อมูลอีกส่วนที่สำคัญคือจะได้จากการสอบถามเด็ก ที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนกว่าตอนเดินมุดผ่านเข้าไปตอนน้ำยังไม่ท่วม เป็นข้อมูลที่มีความสำคัญ เพราะเส้นทางที่หน่วยซีลมุดดำน้ำเข้าไป อาจจะเป็นคนละโพรงหรือคนละเส้นทางกับที่เด็กๆ มุดเข้าไป เพราะดูจากคลิ้บที่หน่วยซีลเลี้อยมุดโพรงถ้ำเข้าไปแล้วแคบมาก เกินกว่าที่เด็กๆ คิดจะมุดผ่านเข้าไปที่เนินนมสาวก่อนน้ำจะท่วมโพรงถ้ำ ?

หากได้ข้อมูลตรงกันโดยละเอียดสภาพแวดล้อมของภูมิประเภทของถ้ำ เส้นทาง และอาณาบริเวณภายในถ้ำ ตลอดระยะทาง 10 กม. และโดยเฉพาะข้อมูลรายละเอียดแต่ละช่วงของการดำน้ำและโพรงถ้ำใต้น้ำ ทั้งระยะทาง ความกว้าง ความยาว และความลึก ก็จะช่วยในการวิเคราะห์ วางแผนการปฏิบัติการช่วยเหลิอการนำเด็กออกมาด้วยความเรียบร้อย รวดเร็ว และปลอดภัย

กรณีที่จำเป็นต้องนำเด็กๆ ดำน้ำออกมาตามเส้นทางใต้น้ำที่ยากลำบาก แคบ และมีระยะทางไกล จำเป็นต้องฝึกให้เด็กคุ้นเคยกับการสวมหน้ากากแบบเต็มหน้า ( Full face) และการใช้อุปกรณ์ดำน้ำเป็นเวลานานๆ เพื่อฝึกความเคยชิน การแก้ไขปัญหาน้ำซึมเข้าหน้ากาก การเตรียมเพิ่มอุปกรณ์เชือกลากจูง สำหรับชักรอกเพื่อช่วยเพิ่มให้การเคลื่อนที่ของเด็กๆ ได้เร็วขึ้น การจัดเตรียมสถานีพักเหนื่อยเหนือน้ำเพื่อออมแรงระหว่างทางเป็นระยะๆ การเตรียมถุงอุโมงค์อากาศใต้น้ำระหว่างทาง โดยเฉพาะปากทางเข้า-ออกโพรงอุโมงค์ถ้ำใต้น้ำแคบๆ เพื่อใช้เป็นพื้นที่แก้ไขปัญหาการหายใจใต้น้ำและแก้ไขปัญหาอุปกรณ์ กรณีที่อุปกรณ์ดำน้ำเกิดปัญหาระหว่างการดำน้ำรอดอุโมงต์แคบๆใต้น้ำ ซึ่งจะช่วยให้เกิดความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

แหล่งข้อมูล https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=416443005522557&id=100014705822669
เจอทีมหมูป่าแล้ว ต้องรีบพาออกมา

จากคลิ้บล่าสุดเมื่อเช้านี้ที่หมอภาคย์ ดำน้ำเข้าไปทำการปฐมพยาบาลน้องๆ ทีมหมูปาอะคาเดมี่ ณ เนินนมสาว ภายในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน โดยต้องใช้เวลาในการเดินทางจากโถง 3 ตั้งแต่ตี 5 ใช้ระยะเวลาถึง 6 ชม.จึงจะถึงเนินนมสาว ซึ่งเป็นระยะทางดำน้ำที่ไกลมาก ต้องเปลี่ยนถังอากาศอ๊อกซิเยนระหว่างทางใต้น้ำเป็นระยะๆ โดยเด็กๆ ทุกคนปลอดภัยและมีขวัญกำลังใจดีมาก อยากจะออกมาจากถ้ำโดยเร็ว ชุดที่สวมใส่ยังเป็นชุดกีฬาเดิมที่ใส่มาแล้วกว่า 10 วันยังไม่ได้เปลี่ยนชุด มีเพียงผ้าห่มฟอลย์เพื่อสร้างความอบอุ่นแก่ร่างกาย มีน้ำ มีอาหารเหลว ( power gel ) เพื่อพักพื้นร่างกาย มีชุดหน่วยซีล คอยเฝ้าดูแลอยู่เป็นเพื่อนอย่างใกล้ชิด

การดำน้ำที่มีระยะทางไกลและใช้เวลานานมาก จึงจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ Deep sea scooter แทนการดำแบบใช้อุปกรณ์ตีนกบ เพื่อช่วยให้การเคลื่อนที่เร็วขึ้น ลดการใช้พละกำลังลง และใช้ระยะเวลาน้อยลง รวมถึงการใช้ชุดดำน้ำเฉพาะ ที่มีความเหนียวทนทานป้องกันการบาดเจ็บจากหินบาดหรือการกระแทกหินใต้น้ำ ชุดกระชับร่างกายให้มีความคล่องตัว ตลอดจนการเจาะสะกัดโขดหินใต้น้ำเพื่อเปิดช่องทางดำน้ำที่แคบๆ บางช่วงให้เป็นโพรงกว้างใหญ่ขึ้น เพื่อให้สามารถน้ำน้องๆ ทั้ง 13 ชีวิตออกมาจากถ้ำได้สะดวกง่ายขึ้น ปลอดภัย และรวดเร็วขึ้น

เซฟวิ่ง หมูป่า อะคาเดมี่ vs. เซฟวิ่ง ไพรเวท ไรอัน

เซฟวิ่ง หมูป่า อะคาเดมี่ ( Saving Moo Pa Academy ) 
vs. 
เซฟวิ่ง ไพรเวท ไรอัน ( Saving Private Ryan )

การปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือทีมฟุตบอลเยาวชน หมูป่า อะคาเดมี่ จำนวน 13 คน ที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย เกือบ 10 วันแล้ว ทำให้นึกถึงภาพยนต์เรื่อง เซฟวิ่ง ไพรเวท ไรอัน ( Saving Private Ryan ) โดย พลทหาร เจมส์ ไรอัน ที่ตกอยู่ในแนวข้าศึกโดยไม่ทราบชะตากรรม มารดาผู้สูญเสียลูกชายในการรบไปแล้วถึง 2 คน จึงได้รายงานต่อผู้บังคับบัญชา ซึ่งได้ตัดสินใจให้พาพลทหารไรอันกลับบ้านมาอย่างปลอดภัย

ภารกิจนำพลทหารไรอันกลับบ้านจึงตกแก่กองกำลังของร้อยเอกมิลเลอร์ โดยที่บางคนไม่เข้าใจว่า ทำไมต้องเสี่ยงชีวิตคนส่วนใหญ่เพื่อชีวิตคน ๆ เดียวด้วย โดยที่ระหว่างทางพวกเขาต้องประสบกับความสูญเสียเป็นอย่างมาก ซึ่งในท้ายที่สุด หลายคนได้เสียชีวิตรวมทั้งร้อยเอกมิลเลอร์ด้วย

ภาพยนต์เรื่องนี้ สะท้อนถึงการปฏิบัติภารกิจของทหารเพื่อให้บรรลุภารกิจเหนือสิ่งอื่นใด เช่นเดียวกับภารกิจการค้นหาและช่วยเหลือทีมฟุตบอลเยาวชน หมูป่า อะคาเดมี่ จำนวน 13 คน ซึ่งมีเด็กเล็กอายุเพียง 11 ปี อดอาหารติดอยู่ในถ้ำนานเกือบ 10 วัน และจนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถเข้าไปถึงพัทยาบีช จุดที่คาดว่าเด็กติดอยู่

ดังนั้น เมื่อเปรียบเทียบภารกิจของทั้งสองเริ่อง ซึ่งเป็นเรื่องเดียวกัน คือ "การดำรงความมุ่งหมาย" ในการเข้าไปให้ถึงจุดที่ตัวคนเป้าหมายอยู่ให้ได้โดยเร็วที่สุดเป็นลำดับเร่งด่วนแรก และทำการ "ค้นหาช่วยเหลือ" เพื่อนำตัวคนออกมาในพื้นที่ปลอดภัยเป็นลำดับต่อไป
ที่สำคัญ " #13ชีวิตต้องรอด "

แหล่งข้อมูล https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=413133319186859&id=100014705822669

โทรศัพท์สนาม แม้ว่าจะโบราณล้าสมัย แต่จำเป็น !

โทรศัพท์สนาม แม้ว่าจะโบราณล้าสมัย แต่จำเป็น !

โทรศัพท์สนาม เป็นอุปกรณ์สื่อสารทางสาย ที่ใช้ในทางทหาร ถึงแม้ว่าจะโบราณล้าสมัยในยุคนี้ แต่ก็มีความเหมาะสมที่จะนำมาใช่ในปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือทีมฟุตบอลเด็กเยาวชน หมูป่าอะคาเดมี่ ทั้ง 13 คน ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน มากว่า 9 วัน เพราะมีขนาดเล็ก สะดวกแก่การพกพาและวางสายติดตั้งในพื้นที่ การใช้งานง่าย วางสายใช้งานได้ระยะทางนับ 10 กม. เหมาะกับพื้นที่ในถ้ำที่อับสัญญาณการสื่อสาร จะทำให้การดำรงการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้ปฏิบัติงานในถ้ำที่ลึกที่สุด - ตำบลพักคอยระหว่างทาง - ศูนย์บัญชาการส่วนหน้าในถ้ำ - มาจนถึงศูนย์บัญชาการใหญ่ปากถ้ำ เพื่อให้การติดต่อสื่อสารสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเมื่อพบเด็กๆ ที่ติดอยู่ในถ้ำ จะสามารถแจ้งข่าวสารและการร้องขอความช่วยเหลือต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว เพราะทุกเวลานาทีมีค่ายิ่ง !

แหล่งข้อมูล https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=412804345886423&id=100014705822669