วันอังคารที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ทบ.วอนชาวเน็ตอย่าตกเป็นเครื่องมือทำร้ายชาติ
เดลินิวส์
ทบ.วอนชาวเน็ตอย่าตกเป็นเครื่องมือทำร้ายชาติ ผอ.ศูนย์ไซเบอร์ทบ. เตือนสติชาวเน็ตอย่าตกเป็นเครื่องมือทำร้ายประเทศ วอนรัฐเร่งชี้แจง"ซิงเกิ้ล เกตเวย์"ให้ชัดเจน วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม 2558 เวลา 18:41 น. เมื่อวันที่ 5
ต.ค. ที่ กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.)  พล.ต.ฤทธี อินทราวุธ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีทางทหาร ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ไซเบอร์กองทัพ กล่าวถึง กรณีที่ได้มีการโพสต์แจ้งข้อมูลข่าวสารบนโลกโซเชียลระดมพลเชิญชวนชาวเน็ตร่วมปฏิบัติการต่อต้านโครงการซิงเกิ้ล เกตเวย์ ด้วยการโจมตีเว็บไซต์หน่วยงานภาครัฐ หลังจากที่รัฐบาลยังไม่ล้มเลิกและถอนโครงการดังกล่าวออกจากแผนงานโครงการงบประมาณอีกครั้ง ว่า  ปฏิกิริยาการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ของชาวเน็ต และประชาชนทั่วไปที่ผ่านมามีอย่างต่อเนื่อง ถือว่าได้ส่งสัญญาณการคัดค้านโครงกาซิงเกิ้ล เกตเวย์ ไปยังรัฐบาลอย่างชัดเจนในด้านผลกระทบต่างๆมากมาย รวมถึงความกังวลในการควบคุมข้อมูลข่าวสารตลอดจนการละเมิดสิทธิข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย และรัฐบาลได้มีการพิจารณาทบทวนโครงการดังกล่าว โดยให้ทำการศึกษาผลกระทบต่างๆ อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.. ได้ให้นโยบายชัดเจนว่า ถ้าไม่ดีและประชาชนไม่เห็นด้วย จะทำไปทำไม ซึ่งชัดเจนพอสมควรแล้ว จึงไม่ควรนำเอามาเป็นประเด็นเพื่อสร้างกระแสอีก
ทั้งนี้ ตนเชื่อว่าชาวเน็ตส่วนใหญ่ ซึ่งอยู่กับโลกไซเบอร์และคุ้นเคยกับเรื่องไอทีมานาน ย่อมมีวุฒิภาวะ และวิจารณญาณที่ดี มีความเข้าใจรัฐบาลที่ยอมก้าวถอยมาฟังเสียงประชาชน และไม่ตกเป็นเครื่องมือในการสร้างกระแสกดดันรัฐบาลตามข้อเรียกร้องของคนบางกลุ่ม จนเกิดผลกระทบต่อประเทศชาติตามมาอีก หยุดทำร้ายประเทศไทยแผ่นดินของเรา รวมทั้งหน่วยงานราชการส่วนใหญ่ เพราะเขาไม่ได้รู้เรื่องอะไรและเกี่ยวข้องกับโครงการนี้เลย ประชาชนก็โดนหางเลขเดือดร้อนไปด้วยในด้านการติดต่อสื่อสาร และการเข้าถึงข้อมูลการบริการประชาชนทางเน็ต ด้านรัฐบาลก็ควรแสดงจุดยืนและความชัดเจนของโครงการซิงเกิ้ล เกตเวย์ ให้ประชาชนบางกลุ่มที่ยังสับสนมีเข้าใจมากยิ่งขึ้น จะได้ไม่มีใครฉวยโอกาสนำมาเป็นเงื่อนไขในการสร้างกระแสต่อต้านรัฐบาลให้เกิดปัญหาภายในประเทศ จะได้มีเวลาไปพัฒนาประเทศ และช่วยเหลือแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน พล.ต.ฤทธี กล่าว
พล.ต.ฤทธี กล่าวต่อว่า การรวมพลังของชาวเน็ตที่ผ่านถือว่าเป็นพลังเงียบที่เฉียบขาด ซึ่งหลายประเทศได้มีการนำมาใช้ประโยชน์ในด้านความมั่นคงของชาติกรณีที่เกิดปัญหาระหว่างประเทศ โดยบางประเทศได้ระดมพลชาวเน็ตทั่วทุกมุมโลกมาช่วยกันรุมถล่มเว็บไซต์ของอีกฝ่ายหนึ่งต่างฝ่ายต่างโจมตีกัน จนเกิดเป็นสงครามไซเบอร์เมื่อหลายปีก่อน แต่การระดมพลชาวเน็ตเพื่อมารุมถล่มเว็บไซต์ประเทศของตนเอง ถือเป็นเรื่องแปลก ยกเว้นจะเป็นเรื่องการเมืองซึ่งเป็นเรื่องผลประโยชน์ของคนบางกลุ่ม เราในฐานะคนในวงการชาวเน็ตด้วยกัน เชื่อว่าชาวเน็ตส่วนใหญ่มีวุฒิภาวะ มีสติปัญญา และวิจารณญาณที่ดี รู้ว่า อะไรควรทำ   อะไรไม่ควรทำ
-----------------------------------------


แหล่งข้อมูล : http://www.dailynews.co.th/politics/352470